การใช้สื่อ ดิจิตอลกับเด็กเล็ก

 การใช้สื่อดิจิตอลสำหรับเด็กเล็กอย่างเหมาะสม

ทำอย่างไรกับการใช้สื่อดิจิตอลกับเด็กเล็กๆให้เหมาะสม ในยุคที่โลกพัฒนามาสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัวเช่นปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงการใช้สื่อหรือเครื่องมือดิจิตอลที่หลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าการใช้สื่อดิจิตอลสำหรับเด็กจะไม่ดีเลยเสียที่เดียวแต่ควรอยู่ในความควบคุมของผู้ใหญ่อย่างเหมาะสมตามวัย อย่าทิ้งให้เด็กอยู่แต่กับสื่อดิจิตอลมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เด็กเสียโอกาสในการพํฒนาในด้านอื่นๆของเด็กได้

สำหรับเด็กเล็กๆเป็นโอกาสอันดีที่เราสามารถเลือกและควบคุบได้ว่าเราจะหยิบยื่นอะไรให้กับเค้าจะเป็นการดีมากกว่าที่เราจะหลีกเลี่ยงการใช้สื่อดิจิตอลกับเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ขวบแม้กระทั่งการดูโทรทัศน์เพราะพอถึงช่วงวัยหนึ่งจะทำให้อยากกับการควบคุม ตามคำแนะนำจากแพทย์ที่เมื่อก่อนเคยกำหนดไว้เกี่ยวกับการใช้สื่อดิจิตอลกับเด็กควรจะมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป แต่ในปัจจุบันคงจะเป็นเรื่องยาก จึงอนุโลมให้ใช้ได้แต่ควรจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 เดือน และไม่ควรใช้สื่อดิจิตอลเพียงแค่ต้องการให้ลูกนิ่งหรือสงบเด็กอายุ 2-5 ขวบไม่ควรให้ใช้สื่อเกิน 1 ชั่วโมงและต้องอยู่ในความควบคุมของผู้ใหญ่และการที่เด็กเล็กๆที่สามารถใช้สื่อดิจิตอลได้ดีเหมือนผู้ใหญ่หรืออาจจะทำได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นไม่ใช่เป็นความสามารถพิเศษแต่อย่างใด แต่นั่นเป็นเพียงพัฒนาการปกติของเด็กโดยสัญชาตญาณ

สื่อดิจิตอลในปัจจุบันมีโปรแกรมดีๆที่มีคุณภาพและมีประโยชน์มากมายให้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละช่วงอายุ แต่สื่อสำหรับเด็กไม่ควรมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเป็นอันขาด  การเล่นที่มีปฏิสัมพันธ์และของเล่นจริงๆจะสามารถสร้างพัฒนาการได้หลากหลายมิติกว่ารวมไปถึงการพัฒนาของกล้ามเนื้อเล็กซึ่งสำคัญมากสำหรับเด็กเล็ก และที่สำคัญไปกว่านั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมที่ทำร่วมกับลูกเพราะสำหรับลูกแล้วไม่มีของเล่นใดที่ดีเท่ากับพ่อแม่

หลายครอบครัวซื้อ iPad ให้ลูกเล่นตั้งแต่อายุเพียง 1 ขวบครึ่งเท่านั้น พร้อมกับดาวน์โหลดแอพฯ ต่าง ๆ ไว้ให้หนูน้อยได้เล่นอย่างมากมาย ซึ่งก็ช่วยให้พวกเขารู้สึกมีความสุขมากเพราะเลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้น เนื่องจากหนูน้อยไม่ค่อยร้องงอแง แต่กลับจดจ่ออยู่แต่กับ iPad แทน เด็กเพียงแค่ไม่กี่ขวบก็ใช้คอมพิวเตอร์ เล่น iPad iPhone ของคุณพ่อคุณแม่กันเป็นแล้ว กดปุ่ม เลื่อนสไลด์กันได้อย่างคุ้นเคย เพิ่มขึ้นจากสื่อเดิมๆ อย่างทีวี หรือคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอิทธิพลจากเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเข้าถึงเด็กๆ ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิม และส่งผลกระทบต่อเด็กพอสมควรทีเดียว

เข้าถึงเทคโนโลยีเร็วขึ้น

ในปัจจุบันเด็กเล็กๆ เข้าถึงเทคโนโลยีรวดเร็วมาก ซึ่งสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปีถือว่าเร็วไปมาก เพราะในอายุระหว่าง 1-3 ปีนี้ เด็กควรพัฒนาการเคลื่อนไหว พื้นฐานการช่วยเหลือตัวเอง เรียนรู้ทักษะทางด้านสังคมรวมทั้งการสื่อสารกับผู้อื่นเป็นหลัก เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนการเรียนรู้ผ่านการเล่นกลางแจ้ง การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้

นอกจากนั้นพื้นฐานของพัฒนาการซึ่งมีความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ก็ยังพัฒนาได้ไม่ดี เช่น การควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือ การทำงานที่ประสานกันระหว่างสายตาและมือ ช่วงวัยนี้เด็กยังไม่สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง จึงเป็นบทบาทหน้าที่ของคุณพ่อ คุณแม่ที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของการเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีตามบริบท และบรรทัดฐานของครอบครัว อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีโดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้

ผลกระทบต่อพัฒนาการ

การเร่งเด็กมากเกินความสามารถและพัฒนาการตามวัยของเขา ทำให้เด็กเสียโอกาสการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย เพราะการเรียนรู้อย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนจะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการต่อยอดความสามารถด้านอื่น เช่น เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้อาจทำให้เด็กซึ่งควรได้รับการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวให้คล่องขึ้น มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองด้านนี้ได้เต็มที่ อาจทำให้เป็นเด็กที่เฉื่อยชา ซึ่งหมายถึงมีความล่าช้าของพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ไม่ชอบการออกกำลังกาย ไม่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เมื่อออกกำลังกายน้อยลงหากรับประทานเท่าเดิม หรือรับประทานมากขึ้นแต่มีการเคลื่อนไหวน้อยก็จะเกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินตามมาได้ การให้เด็กอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินความจำเป็นยังทำให้เด็กขาดทักษะในการติดต่อสื่อสารผ่านการพูดคุยกับผู้อื่น ทักษะในการปรับตัวเข้าหาผู้อื่น รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักต่อรอง รู้จักอดทนรอคอย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคตของเขา

นอกจากนี้เด็กอาจได้เรียนรู้แบบอย่างที่ไม่ดีผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น จากรายการโทรทัศน์ จากโฆษณา หรือเกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งอาจมีความรุนแรงหรือสอดแทรกค่านิยมที่ไม่เหมาะสมผ่านสื่อต่างๆเหล่านั้น นอกจากนี้อาจมีผลกระทบทางด้านสุขภาพร่างกายของเด็กเล็กๆ เช่น แสงจากจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ที่ไม่เหมาะสมอาจมีผลต่อสายตาและการมองเห็นของเด็กได้

จัดการกับสื่อรอบตัว

แม้รอบข้างจะมีสื่อที่ไม่เหมาะสมอยู่มากมาย แต่หากคุณพ่อคุณแม่พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสก็สามารถนำสิ่งที่ไม่เหมาะสมนั้นมาสอนให้ลูกได้เรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ด้วยการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างแก่ลูก เช่น ไม่บริโภคสื่อที่ไม่เหมาะสม ละครเรื่องไหนไม่ส่งเสริมการดำรงชีวิตที่ดีตามบรรทัดฐานของครอบครัวเราก็ไม่ควรเปิดดู จำกัดเวลาดูโทรทัศน์และการใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเกมของลูกรวมกันแล้วไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปีไม่แนะนำให้ดูโทรทัศน์หรือเรียนรู้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่เองควรต้องนั่งดูรายการโทรทัศน์กับลูกทุกครั้งโดยเฉพาะลูกในช่วงวัย 1-3 ปี เพื่อสอนให้ลูกได้เรียนรู้ค่านิยมและบรรทัดฐานของครอบครัวไปพร้อมกันด้วย

เทคโนโลยีนั้นอาจมีประโยชน์ หากเราใช้ให้เป็น แต่ก็อาจเป็นดาบสองคม หากเอามาใช้ผิดเพี้ยนไป หากสำหรับเด็กแล้ว ควรวางรากฐานพัฒนาการให้ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก่อน ซึ่งมีหลายเรื่องให้ได้เรียนรู้ โดยไม่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเสมอไป เพราะสิ่งที่สำคัญคือ พ่อแม่ควรเอาใจใส่ลูกน้อย และอย่าให้แท็บเล็ตมีบทบาทมากกว่าความอบอุ่นในครอบครัว

 

โดย นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์
ที่มา:http://www.momypedia.com/momy-article-5-21-222/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5–%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/

http://thumbsup.in.th/2013/12/tablet-youth-develop/

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *